5 อาหาร "เหม็นแต่ดี" กลิ่นแรงเฉพาะตัวที่บางคนยี้ กินแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

5 อาหาร "เหม็นแต่ดี" กลิ่นแรงเฉพาะตัวที่บางคนยี้ กินแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

5 อาหาร "เหม็นแต่ดี" กลิ่นแรงเฉพาะตัวที่บางคนยี้ กินแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

5 อาหาร "เหม็นแต่ดี" กลิ่นแรงเฉพาะตัวที่บางคนยี้ ไม่รักก็เกลียดไปเลย แต่กินแล้วมีประโยชน์ต่อสุขภาพ

อาหารบางชนิดมีกลิ่นแรงจนหลายคนไม่อยากเข้าใกล้ แต่กลิ่นที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่ได้หมายความว่าอาหารนั้นบูดเสียหรือไม่มีประโยชน์เสมอไป เพราะกลิ่นอาจมาจากสารประกอบกำมะถัน จุลินทรีย์ในกระบวนการหมัก หรือสารระเหยตามธรรมชาติของวัตถุดิบ

อาหารกลิ่นแรงหลายชนิดให้โปรตีน ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารจากพืชที่เป็นประโยชน์ อย่างไรก็ตาม คำว่า “มีประโยชน์” ไม่ได้หมายความว่าต้องกินในปริมาณมาก แต่ควรกินให้หลากหลายอย่างสมดุล

1. นัตโตะ (ถั่วเน่าญี่ปุ่น)

  • ประโยชน์: เป็นแหล่งของ โพรไบโอติกส์ (Probiotics) ช่วยปรับสมดุลลำไส้และระบบขับถ่าย อีกทั้งยังมี วิตามิน K2 และเอนไซม์ นัตโตะไคเนส (Nattokinase) ซึ่งช่วยละลายลิ่มเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ดี

  • ข้อควรระวัง: มี วิตามิน K สูงมาก ผู้ที่ใช้ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น วาร์ฟาริน) ต้องระวังการบริโภคเพราะอาจไปต้านฤทธิ์ยาได้ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

2. ทุเรียน

  • ประโยชน์: มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง รวมถึง โฟเลต วิตามินซี และโพแทสเซียม ช่วยบำรุงหัวใจและเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีพลังงานสูงเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูร่างกาย

  • ข้อควรระวัง: ให้พลังงานและน้ำตาลสูงมาก เสี่ยงต่อการน้ำหนักเกินและระดับน้ำตาลพุ่งสูง ห้ามทานคู่กับแอลกอฮอล์เด็ดขาด เพราะกำมะถันในทุเรียนจะขัดขวางการย่อยสลายแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดสารพิษตกค้างและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

3. สะตอ

  • ประโยชน์: มี เส้นใยอาหาร (Fiber) สูงมาก ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยขับลม และมีสารที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมเบาหวาน

  • ข้อควรระวัง: มี พิวรีน (Purine) สูง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดกรดยูริก ผู้ป่วยโรคเกาต์หรือผู้ที่มีระดับยูริกในเลือดสูงควรหลีกเลี่ยง และการทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดกลิ่นตัวหรือกลิ่นปัสสาวะที่รุนแรงได้

4. กระเทียม

  • ประโยชน์: มีสาร อัลลิซิน (Allicin) ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส ลดความดันโลหิต และช่วยลดไขมันในเลือดได้ดีมาก

  • ข้อควรระวัง: การทานกระเทียมสดในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองกระเพาะอาหารหรือทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก (กรดไหลย้อน) ได้ ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดควรหยุดทานก่อนผ่าตัดเพราะกระเทียมมีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด

5. ชีสกลิ่นแรง (เช่น บลูชีส)

  • ประโยชน์: เป็นแหล่งของ แคลเซียมและโปรตีน ชั้นดี และชีสที่บ่มด้วยเชื้อราจะมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้สูง ช่วยเรื่องระบบการย่อยและดูดซึมสารอาหาร

  • ข้อควรระวัง: มักมี โซเดียมสูง ซึ่งไม่ดีต่อผู้ป่วยโรคไตหรือความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังมีไขมันอิ่มตัวสูง การทานบ่อยเกินไปอาจส่งผลต่อระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้

บลูชีส

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล